ต ร ง กั บ วั น แ ร ม ๑ ค่ำ เ ดื อ น ๘
"เข้าพรรษา" แปลว่า "พักฝน" หมายถึง พระภิกษุสงฆ์ต้องอยู่ประจำ ณ วัดใดวัดหนึ่งระหว่างฤดูฝน โดยเหตุที่พระภิกษุในสมัยพุทธกาล มีหน้าที่จะต้องจาริกโปรดสัตว์ และเผยแผ่พระธรรมคำสั่งสอนแก่ประชาชนไปในที่ต่าง ๆ ไม่จำเป็นต้องมีที่อยู่ประจำ แม้ในฤดูฝน ชาวบ้านจึงตำหนิว่าไปเหยียบข้าวกล้าและพืชอื่นๆ จนเสียหาย พระพุทธเจ้าจึงทรงวางระเบียบการจำพรรษาให้พระภิกษุอยู่ประจำที่ตลอด 3 เดือน ในฤดูฝน คือ เริ่มตั้งแต่วันแรม 1 ค่ำ เดือน 8 ของทุกปี ถ้าปีใดมีเดือน 8 สองครั้ง ก็เลื่อนมาเป็นวันแรม 1 ค่ำ เดือนแปดหลัง และออกพรรษาในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 เว้นแต่มีกิจธุระเจ้าเป็นซึ่งเมื่อเดินทางไปแล้วไม่สามารถจะกลับได้ในเดียวนั้น ก็ทรงอนุญาตให้ไปแรมคืนได้ คราวหนึ่งไม่เกิน 7 คืนเรียกว่า สัตตาหะ หากเกินกำหนดนี้ถือว่าไม่ได้รับประโยชน์ แห่งการจำพรรษา จัดว่าพรรษาขาด ระหว่างเดินทางก่อนหยุดเข้าพรรษา หากพระภิกษุสงฆ์เข้ามาทันในหมู่บ้านหรือในเมืองก็พอจะหาที่พักพิงได้ตามสมควร แต่ถ้ามาไม่ทันก็ต้องพึ่งโคนไม้ใหญ่เป็นที่พักแรม ชาวบ้านเห็นพระได้รับความลำบากเช่นนี้ จึงช่วยกันปลูกเพิง เพื่อให้ท่านได้อาศัยพักฝน รวมกันหลาย ๆองค์ ที่พักดังกล่าวนี้เรียกว่า "วิหาร" แปลว่าที่อยู่สงฆ์ เมื่อหมดแล้ว พระสงฆ์ท่านออกจาริกตามกิจของท่านครั้งถึงหน้าฝนใหม่ท่านก็กลับมาพักอีกเพราะสะดวกดี แต่บางท่านอยู่ประจำเลย บางทีเศรษฐีมีจิตศัรทธาเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา ก็เลือกหาสถานที่สงบเงียบไม่ห่างไกลจากชุมชนนัก สร้างที่พัก เรียกว่า "อาราม" ให้เป็นที่อยู่ของสงฆ์ดังเช่นปัจจุบันนี้
โดยปรกติเครื่องใช้สอยของพระตามพุทธานุญาตให้มีประจำตัวนั้น มีเพียงอัฏฐบริขารอันได้แก่ สบง จีวร สังฆาฏิ เข็ม บาตร รัดประคด หม้อกรองน้ำ และมีดโกน และกว่าพระท่านจะหาที่พักแรมได้ บางทีก็ถูกฝนต้นฤดูเปียกปอนมา ชาวบ้านที่ใจบุญจึงถวายผ้าอาบน้ำฝนสำหรับให้ท่านได้ผลัดเปลี่ยน และถวายของจำเป็นแก่กิจประจำวันของท่านเป็นพิเศษในเข้าพรรษานับเป็นเหตุให้มีประเพณีทำบุญเนื่องในวันนี้สืบมา
วันอังคารที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2551
วันอาทิตย์ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2551
เลือก Bluetooth โทรในรถ ปลอดภัย ไม่โดนจับ
ตั้งแต่มีการประกาศห้ามใช้โทรศัพท์มือขณะขับรถ ก็ทำให้อุปกรณ์เสริมของมือถือขายดิบขายดี โดยเฉพาะ “Bluetooth” ซึ่งแน่นอนว่ามีคนเข้าปรึกษานายเกาเหลาพร้อมทั้งแนะนำแกมบังคับว่าให้เขียนทิปการเลือกซื้อ Bluetooth ลงในคอลัมน์เกาเหลาทิปสำหรับการหลักพิจารณาการเลือกซื้อหูฟัง Bluetooth นั้นเท่าที่นายเกาเหลาลองคิดๆ ดูก็พอสรุปได้ดังนี้ โดยสิ่งแรกที่ควรดูก่อนคือ “รูปแบบของหูฟัง” เท่าที่มีจำหน่ายในท้องตลาดตอนนี้ก็มีอยู่หลายแบบ เช่น สอดหู คล้องคอ คาดหัว คลิปหนีบ ห้อยคอ ชอบสไตล์ไหนก็เลือกได้
“ระบบเสียง” ก็เป็นเรื่องที่สำคัญอีกส่วน โดย Bluetooth จะแบ่งระบบเสียงเป็นแบบโมโน หรือสเตอริโอ “ระยะห่างระหว่างหูฟัง กับมือถือ” อีกหนึ่งปัจจัยที่ไม่ควรมองข้าม เพราะส่วนนี้จำให้เราทราบว่าเราสามารถใช้งานได้ไกลมากน้อยขนาดไหน ปัจจุบัน Bluetooth จะแบ่งระยะการใช้งานออกเป็น Class 1 (ระยะประมาณ 100 เมตร) Class 2 (ระยะประมาณ 10 เมตร) Class 3 (ระยะประมาณ 1 เมตร) แต่ละ Class จะใช้ไฟที่แตกต่างกัน โดย Class 1 ใช้ไฟ 100 mW Class 2 ใช้ไฟ 2.5 mW และ Class 3 ใช้ไฟ 1 mW
นอกจากนี้ Bluetooth ยังมีการแบ่งเวอร์ชันเหมือนซอฟต์แวร์ โดยจะแสดงเป็นตัวเลขเวอร์ชัน เพื่อให้เราทราบว่า Bluetooth นี้เป็นรุ่นไหน ปัจจุบันก็แบ่งออกเป็น Bluetooth 1.2 (ความเร็ว 1 Mbit/s), Bluetooth 2.0, Bluetooth 2.0 +EDR (ความเร็ว 3 Mbit/s)
รูปแบบการใช้แบตเตอรี่หลักๆ จะมี 2 รูปแบบคือใช้ ถ่าน AAA และ ลิเทียมไอออน, ลิเทียมโพลิเมอร์ ส่วนฟีเจอร์อื่นๆ เพื่อนก็สามารถเลือกได้ไม่ว่าจะเป็นการฟังวิทยุ มีระบบตัดเสียงรบกวนรอบข้าง จอภาพแสดงเบอร์โทร อ่านมาถึงตรงนายเกาเหลาก็คิดว่าเพื่อนๆ คงพอได้แนวทางในการเลือกซื้อ Bluetooth ขั้นไม่น้อยหน้าเทพอย่างแน่นอนครับ
วันอาทิตย์ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2551
การบ้านครั้งที่ 1
1.จงอธิบายความหมายของสำนักงาน-สำนักงาน คือ สถานที่แห่งหนึ่งซี่งอาจเป็นห้องเดียวหรือหลายห้อง จะมีขนาดเล็กหรือขนาดใหญ่ก็ได้ อาจเป็นสถานที่สำหรับทำธุรกรรมต่างๆ หรือเพื่ออำนวยความสะดวกในการทำงานหรือควบคุมการดำเนินงานโดยอาศัยสารสนเทศเป็นเครื่องมือ โดยมีหน้าที่รับข้อมูลจากผู้หนึ่งมาประมวลผลแล้วส่งไปให้อีกผู้หนึ่ง การจำแนกข้อมูลหรือเอกสารในสำนักงานตามลักษณะและประเภท 1.1 ลักษณะ1.1.1 คำสั่ง เช่น ใบสั่งซื้อสินค้า ใบขอถอนเงิน1.1.2 รายงาน เช่น รายงานผลประกอบการ รายงานโครงการ รายงานความคืบหน้าโครงการ1.1.3 บันทึกช่วยจำ 1.1.4 ข่าว1.2 ประเภท1.2.1 เอกสารพิมพ์1.2.2 เสียง เช่น โทรศัพท์1.2.3 ภาพลักษณ์ เช่น แผนภูมิ1.2.4 สื่อที่คอมพิวเตอร์อ่านได้
2.การจัดการสำนักงานประกอบด้วยกิจกรรมใดบ้าง- การจัดการสำนักงาน ได้ผลประกอบด้วยกิจกรรมด้านต่างๆ 3 ประการ ดังนี้ 1.การวางแผนสำนักงาน ซึ่งที่เหมาะสมประกอบด้วย,การวางแผนการจัดสถานที่และสภาพแวดล้อม,การวางแผนขั้นตอนการปฏิบัติงานกับการรับส่งและการจัดทำเอกสาร,การวางแผนเกี่ยวกับกระแสงาน,การวางแผนการจัดหาบุคลากรตลอดจนการพัฒนาบุคลากรสำนักงาน,การวางแผนการรักษาความปลอดภัยของเอกสาร ข้อมูล ทรัพย์สิน และพนักงานในสำนักงาน ,การวางแผนการติดต่อสื่อสารภายในและภายนอกด้วยระบบโทรศัพท์และโทรสาร,การวางแผนการจัดซื้อ อุปกรณ์ เครื่องใช้และวัสดุสำนักงาน,การวางแผนค่าใช้จ่ายในสำนักงาน 2.การจัดสายงาน การจัดสายงานและจัดพนักงานเข้าทำงานในสำนักงาน การปฏิบัติงานที่นอกเหนือจากการบริหารใน สำนักงาน อาจจัดแบ่งได้เป็น 3 กลุ่มด้วยกัน ดังนี้ งานวิชาชีพ เช่น การทำบัญชี การตรวจสอบบัญชี สถาปนิก วิศวกร,งานสายสนับสนุน เช่น พนักงานขายสินค้า ช่าง นักเทคนิค,งานสายสำนักงาน เช่น เลขานุการ พนักงานเดินสาร เจ้าหน้าที่สารบรรณ,การควบคุมการปฏิบัติงาน เช่นการควบคุมค่าใช้จ่าย การควบคุมการใช้ทรัพยากร การควบคุมการเบิกจ่ายวัสดุ,สำนักงาน การควบคุมการเข้าออกบริเวณ,การแก้ปัญหา เพื่อเป็นวิธีการปฏิบัติงานเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน,การสร้างขวัญและกำลังใจ การพิจารณาเพิ่มเงินเดือน การพิจารณารางวัลการทำงาน,การอำนวยการ เพื่อระดมทรัพยากรในการทำให้การดำเนินงานเป็นไปตามปกติ และช่วยให้การทำงานบรรลุวัตถุประสงค์ลุล่วงไปด้วยดี 3. สภาพแวดล้อมและเทคโนโลยีสำนักงาน ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ด้าน ดังนี้ ที่ตั้งสำนักงาน ซึ่งมักคำนึงถึงการเดินทาง การขยายและปรับปรุงในอนาคต, การคมนาคม เป็นการพิจารณาเพื่อให้ผู้ทำงานบริการเวลาในการเข้าและออกจากสำนักงาน ตลอดจนผลกระทบสิ่งแวดล้อมขณะเดินทางมาทำงาน,สภาพจิตใจ พนักงานควรมีสภาพจิตใจที่พร้อมจะทำงาน และสามารถแก้ไขปัญหาภายในสำนักงานจากระบบงาน ระบบการบังคับบัญชาด้วย เทคโนโลยีสำนักงาน การปฏิบัติงานกับเอกสารอาจประยุกต์เทคโนโลยีมาใช้ได้ดังนี้ ระบบงานพิมพ์,ระบบโทรคมนาคม,ระบบการจัดส่งและจัดเก็บเอกสาร, คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล,ระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
3.การวางแผนสำนักงานจะต้องดำเนินการอย่างไรบ้าง- การวางแผนสำนักงาน ซึ่งที่เหมาะสมประกอบด้วย,การวางแผนการจัดสถานที่และสภาพแวดล้อม,การวางแผนขั้นตอนการปฏิบัติงานกับการรับส่งและการจัดทำเอกสาร,การวางแผนเกี่ยวกับกระแสงาน,การวางแผนการจัดหาบุคลากรตลอดจนการพัฒนาบุคลากรสำนักงาน,การวางแผนการรักษาความปลอดภัยของเอกสาร ข้อมูล ทรัพย์สิน และพนักงานในสำนักงาน ,การวางแผนการติดต่อสื่อสารภายในและภายนอกด้วยระบบโทรศัพท์และโทรสาร,การวางแผนการจัดซื้อ อุปกรณ์ เครื่องใช้และวัสดุสำนักงาน,การวางแผนค่าใช้จ่ายในสำนักงาน
4.สภาพแวดล้อมเกี่ยวกับที่ตั้งขอสำนักงานมีผลต่อการปฏิบัติงานอย่างไรสภาพแวดล้อมของสำนักงาน ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ด้าน ดังนี้1 ที่ตั้งสำนักงาน ซึ่งมักคำนึงถึงการเดินทาง การขยายและปรับปรุงในอนาคต2 การคมนาคม เป็นการพิจารณาเพื่อให้ผู้ทำงานบริการเวลาในการเข้าและออกจากสำนักงาน ตลอดจนผลกระทบสิ่งแวดล้อมขณะเดินทางมาทำงาน3 สภาพจิตใจ พนักงานควรมีสภาพจิตใจที่พร้อมจะทำงาน และสามารถแก้ไขปัญหาภายในสำนักงานจากระบบงาน ระบบการบังคับบัญชาด้วย
5.เทคโนโลยีที่มีใช้ในสำนักงานมีอะไรบ้างเทคโนโลยีที่ใช้ในสำนักงาน แบ่งได้ดังนี้
· เทคโนโลยีสารสนเทศ
· การจัดการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ
· เทคโนโลยีที่ใช้ในสำนักงานอัตโนมัติ
เทคโนโลยีสารสนเทศความหมาย คือ เครื่องมือ เครื่องใช้ กระบวนการ หรือระบบงานต่างๆ ที่ก่อให้เกิดสารสนเทศตามความต้องการของผู้ใช้งานเป็นการรวบรวม จัดเก็บ ประมวลผล และแสดงผลลัพธ์ เป็นสารสนเทศในรูปแบบต่างๆ ที่สามารถนำไปใช้ในการตัดสินใจการจัดการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศหลักของการจัดการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ มีดังนี้ คือ
1. มีการวางแผนของการจัดการระบบข้อมูล2. มีการออกแบบและพัฒนาระบบข้อมูล3. ได้รับความร่วมมือจากบุคคลากรฝ่ายงานต่างๆเทคโนโลยีที่ใช้ในสำนักงานอัตโนมัติลักษณะของการใช้เทคโนโลยีในสำนักงานอัตโนมัติ แบ่งได้เป็น 5 ลักษณะงาน คือ1. งานด้านการจัดการเอกสาร2. งานด้านการจัดการข่าวสาร3. งานด้านการประชุม4. งานด้านการสนับสนุนสำนักงาน5. งานด้านการสนับสนุนผู้บริหาร
6.เหตุผลที่หน่วยงานต้องพัฒนาระบสำนักงานอัตโนมัติคืออะไรเศรษฐกิจ ค่าใช้จ่ายทางด้านเอกสาร เงินเดือนพนักงานที่จัดการเอกสาร ทำให้เกิดการปรับเปลี่ยนมาเพื่อลดต้นทุน โดยการใช้ระบบคอมพิวเตอร์เข้ามาช่วยจัดการงานเอกสาร สารสนเทศ ข้อมูลข่าวสารเกิดขึ้นตลอดเวลา การพัฒนาเพื่อรองรับ และการหาระบบเพื่อสำรองข้อมูลและสื่อในการรับรู้ ทำให้เกิดสำนักงานอัตโนมัติ การเปลี่ยนแปลงสำนักงานธรรมดาไปสู่สำนักงานอัตโนมัติ มีรากฐานอยู่ที่การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอันประกอบด้วยเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีโทรคมนาคม
7.การประยุกต์ใช้คอมพิวเตอร์ในสำนักงานจำแนกได้กี่ด้าน4 ด้าน คือ1. ด้านการสื่อสาร2. ด้านการจัดการเอกสารต่าง ๆ ในสำนักงาน3. ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ4. ด้านการรับส่งข้อมูลภายในสำนักงาน
8.สำนักงานอัตโนมัติมีประโยชน์อะไรบ้าง1. ความรวดเร็วในการนำไปใช้งาน Timelines สามารถให้ข้อมูลที่รวดเร็วทันต่อเหตุการณ์ทันกับความต้องการ2. ความถูกต้อง Accuracy ได้รับข้อมูลที่มีความถูกต้องมากยิ่งขึ้น3. ลดเวลาในการทำงาน Reduce Time ประหยัดเวลาในการดำเนินงา4. ลดค่าใช้จ่าย Reduce Cost ประหยัดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน5. เพิ่มประสิทธิภาพ Efficiency ในด้านการติดต่อสื่อสารข้อมูล6. การใช้ระบบการทำงานของคอมพิวเตอร์ซึ่งปรากฎข้อมูลต่าง ๆ บนจอภาพนั้นเราสามารถเพิ่มประสิทธิภาพด้านการติดต่อสื่อสารโดยการเพิ่มความสามารถในการใช้ประสาทสัมผัสทางตาและหูไปพร้อมกัน จึงช่วยให้เกิดความเข้าใจและความจำสมบูรณ์ขึ้นพร้อมทั้งสื่อสารได้ไกลและกว้างยิ่งขึ้น ช่วยลดความจำเจซ้ำซากของงานลงได้ทำให้ไม่เบื่องาน
9.การพัฒนาระบบสำนักงานอัตโมัติมีกี่วิธีอะไรบ้างการพัฒนาระบบสำนักงานอัตโนมัติมี 7 วิธีดังนี้1. การศึกษาวิเคราะห์ความต้องการ2. การออกแบบระบบ3. การสร้างและการติดตั้งระบบ4. การทดสอบระบบงาน5. การเตรียมตัวใช้งานระบบ6. การเปลี่ยนระบบ7. การประเมินและปรับปรุงระบบ
10.ในการเรียนการสอนมีปัญหาอะไรบ้างจะมีวิธีแก้ปัญหาอย่างไรบางครั้งอาจารย์สอนเร็วเกินไปคนที่รู้เรื่องแล้วก็อาจเข้าใจ แต่สำหรับบางคนทึ่ยังไม่รู้จักเรื่องบางครั้งก็ตามไม่ทันครับแต่โดยรวมแล้วก็เข้าใจครับ11.สรุปวิวัฒนาการของสำนักงานอัตโนมัติปี ค.ส. 1960 ใช้เครื่องพิมพ์ดีด (Typing) โทรศัพท์ (Telephone) เครื่องถ่ายเอกสารและเครื่องจักร (Electronic Machine)ปี ค.ส. 1964 ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ Mainframe, Mini และ Micro Computer ใช้โปรแกรมWord Processingจัดเก็บข้อมูลในเทปแม่เหล็ก ? จานแม่เหล็กปัจจุบัน ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ PC Computer ใช้ระบบ Electronic Mail ใช้เครือข่าย Lacal Area Network (LAN) หรือ Wide Area Network (WAN) สำนักงานอัตโนมัติ เป็นกระบวนการปรับปรุงเปลี่ยนแปลง การทำงานในสำนักงานที่มีอยู่เดิมให้มี ประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยมีการนำเอาอุปกรณ์อิเล็คทรอนิคส์ และคอมพิวเตอร์ มาเป็นเครื่อง ทุ่นแรง ของการปฏิบัติงานภายในสำนักงาน ซึ่งเป็นการทำงานในยุคแห่งข่าวสารข้อมูล (Information Age) ที่มี การติดต่อ สื่อสารข้อมูลหลายรูปแบบ ทั้งตัวเลข ตัวอักษร รูปภาพ ผังงาน กราฟ และเสียง
2.การจัดการสำนักงานประกอบด้วยกิจกรรมใดบ้าง- การจัดการสำนักงาน ได้ผลประกอบด้วยกิจกรรมด้านต่างๆ 3 ประการ ดังนี้ 1.การวางแผนสำนักงาน ซึ่งที่เหมาะสมประกอบด้วย,การวางแผนการจัดสถานที่และสภาพแวดล้อม,การวางแผนขั้นตอนการปฏิบัติงานกับการรับส่งและการจัดทำเอกสาร,การวางแผนเกี่ยวกับกระแสงาน,การวางแผนการจัดหาบุคลากรตลอดจนการพัฒนาบุคลากรสำนักงาน,การวางแผนการรักษาความปลอดภัยของเอกสาร ข้อมูล ทรัพย์สิน และพนักงานในสำนักงาน ,การวางแผนการติดต่อสื่อสารภายในและภายนอกด้วยระบบโทรศัพท์และโทรสาร,การวางแผนการจัดซื้อ อุปกรณ์ เครื่องใช้และวัสดุสำนักงาน,การวางแผนค่าใช้จ่ายในสำนักงาน 2.การจัดสายงาน การจัดสายงานและจัดพนักงานเข้าทำงานในสำนักงาน การปฏิบัติงานที่นอกเหนือจากการบริหารใน สำนักงาน อาจจัดแบ่งได้เป็น 3 กลุ่มด้วยกัน ดังนี้ งานวิชาชีพ เช่น การทำบัญชี การตรวจสอบบัญชี สถาปนิก วิศวกร,งานสายสนับสนุน เช่น พนักงานขายสินค้า ช่าง นักเทคนิค,งานสายสำนักงาน เช่น เลขานุการ พนักงานเดินสาร เจ้าหน้าที่สารบรรณ,การควบคุมการปฏิบัติงาน เช่นการควบคุมค่าใช้จ่าย การควบคุมการใช้ทรัพยากร การควบคุมการเบิกจ่ายวัสดุ,สำนักงาน การควบคุมการเข้าออกบริเวณ,การแก้ปัญหา เพื่อเป็นวิธีการปฏิบัติงานเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน,การสร้างขวัญและกำลังใจ การพิจารณาเพิ่มเงินเดือน การพิจารณารางวัลการทำงาน,การอำนวยการ เพื่อระดมทรัพยากรในการทำให้การดำเนินงานเป็นไปตามปกติ และช่วยให้การทำงานบรรลุวัตถุประสงค์ลุล่วงไปด้วยดี 3. สภาพแวดล้อมและเทคโนโลยีสำนักงาน ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ด้าน ดังนี้ ที่ตั้งสำนักงาน ซึ่งมักคำนึงถึงการเดินทาง การขยายและปรับปรุงในอนาคต, การคมนาคม เป็นการพิจารณาเพื่อให้ผู้ทำงานบริการเวลาในการเข้าและออกจากสำนักงาน ตลอดจนผลกระทบสิ่งแวดล้อมขณะเดินทางมาทำงาน,สภาพจิตใจ พนักงานควรมีสภาพจิตใจที่พร้อมจะทำงาน และสามารถแก้ไขปัญหาภายในสำนักงานจากระบบงาน ระบบการบังคับบัญชาด้วย เทคโนโลยีสำนักงาน การปฏิบัติงานกับเอกสารอาจประยุกต์เทคโนโลยีมาใช้ได้ดังนี้ ระบบงานพิมพ์,ระบบโทรคมนาคม,ระบบการจัดส่งและจัดเก็บเอกสาร, คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล,ระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
3.การวางแผนสำนักงานจะต้องดำเนินการอย่างไรบ้าง- การวางแผนสำนักงาน ซึ่งที่เหมาะสมประกอบด้วย,การวางแผนการจัดสถานที่และสภาพแวดล้อม,การวางแผนขั้นตอนการปฏิบัติงานกับการรับส่งและการจัดทำเอกสาร,การวางแผนเกี่ยวกับกระแสงาน,การวางแผนการจัดหาบุคลากรตลอดจนการพัฒนาบุคลากรสำนักงาน,การวางแผนการรักษาความปลอดภัยของเอกสาร ข้อมูล ทรัพย์สิน และพนักงานในสำนักงาน ,การวางแผนการติดต่อสื่อสารภายในและภายนอกด้วยระบบโทรศัพท์และโทรสาร,การวางแผนการจัดซื้อ อุปกรณ์ เครื่องใช้และวัสดุสำนักงาน,การวางแผนค่าใช้จ่ายในสำนักงาน
4.สภาพแวดล้อมเกี่ยวกับที่ตั้งขอสำนักงานมีผลต่อการปฏิบัติงานอย่างไรสภาพแวดล้อมของสำนักงาน ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ด้าน ดังนี้1 ที่ตั้งสำนักงาน ซึ่งมักคำนึงถึงการเดินทาง การขยายและปรับปรุงในอนาคต2 การคมนาคม เป็นการพิจารณาเพื่อให้ผู้ทำงานบริการเวลาในการเข้าและออกจากสำนักงาน ตลอดจนผลกระทบสิ่งแวดล้อมขณะเดินทางมาทำงาน3 สภาพจิตใจ พนักงานควรมีสภาพจิตใจที่พร้อมจะทำงาน และสามารถแก้ไขปัญหาภายในสำนักงานจากระบบงาน ระบบการบังคับบัญชาด้วย
5.เทคโนโลยีที่มีใช้ในสำนักงานมีอะไรบ้างเทคโนโลยีที่ใช้ในสำนักงาน แบ่งได้ดังนี้
· เทคโนโลยีสารสนเทศ
· การจัดการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ
· เทคโนโลยีที่ใช้ในสำนักงานอัตโนมัติ
เทคโนโลยีสารสนเทศความหมาย คือ เครื่องมือ เครื่องใช้ กระบวนการ หรือระบบงานต่างๆ ที่ก่อให้เกิดสารสนเทศตามความต้องการของผู้ใช้งานเป็นการรวบรวม จัดเก็บ ประมวลผล และแสดงผลลัพธ์ เป็นสารสนเทศในรูปแบบต่างๆ ที่สามารถนำไปใช้ในการตัดสินใจการจัดการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศหลักของการจัดการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ มีดังนี้ คือ
1. มีการวางแผนของการจัดการระบบข้อมูล2. มีการออกแบบและพัฒนาระบบข้อมูล3. ได้รับความร่วมมือจากบุคคลากรฝ่ายงานต่างๆเทคโนโลยีที่ใช้ในสำนักงานอัตโนมัติลักษณะของการใช้เทคโนโลยีในสำนักงานอัตโนมัติ แบ่งได้เป็น 5 ลักษณะงาน คือ1. งานด้านการจัดการเอกสาร2. งานด้านการจัดการข่าวสาร3. งานด้านการประชุม4. งานด้านการสนับสนุนสำนักงาน5. งานด้านการสนับสนุนผู้บริหาร
6.เหตุผลที่หน่วยงานต้องพัฒนาระบสำนักงานอัตโนมัติคืออะไรเศรษฐกิจ ค่าใช้จ่ายทางด้านเอกสาร เงินเดือนพนักงานที่จัดการเอกสาร ทำให้เกิดการปรับเปลี่ยนมาเพื่อลดต้นทุน โดยการใช้ระบบคอมพิวเตอร์เข้ามาช่วยจัดการงานเอกสาร สารสนเทศ ข้อมูลข่าวสารเกิดขึ้นตลอดเวลา การพัฒนาเพื่อรองรับ และการหาระบบเพื่อสำรองข้อมูลและสื่อในการรับรู้ ทำให้เกิดสำนักงานอัตโนมัติ การเปลี่ยนแปลงสำนักงานธรรมดาไปสู่สำนักงานอัตโนมัติ มีรากฐานอยู่ที่การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอันประกอบด้วยเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีโทรคมนาคม
7.การประยุกต์ใช้คอมพิวเตอร์ในสำนักงานจำแนกได้กี่ด้าน4 ด้าน คือ1. ด้านการสื่อสาร2. ด้านการจัดการเอกสารต่าง ๆ ในสำนักงาน3. ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ4. ด้านการรับส่งข้อมูลภายในสำนักงาน
8.สำนักงานอัตโนมัติมีประโยชน์อะไรบ้าง1. ความรวดเร็วในการนำไปใช้งาน Timelines สามารถให้ข้อมูลที่รวดเร็วทันต่อเหตุการณ์ทันกับความต้องการ2. ความถูกต้อง Accuracy ได้รับข้อมูลที่มีความถูกต้องมากยิ่งขึ้น3. ลดเวลาในการทำงาน Reduce Time ประหยัดเวลาในการดำเนินงา4. ลดค่าใช้จ่าย Reduce Cost ประหยัดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน5. เพิ่มประสิทธิภาพ Efficiency ในด้านการติดต่อสื่อสารข้อมูล6. การใช้ระบบการทำงานของคอมพิวเตอร์ซึ่งปรากฎข้อมูลต่าง ๆ บนจอภาพนั้นเราสามารถเพิ่มประสิทธิภาพด้านการติดต่อสื่อสารโดยการเพิ่มความสามารถในการใช้ประสาทสัมผัสทางตาและหูไปพร้อมกัน จึงช่วยให้เกิดความเข้าใจและความจำสมบูรณ์ขึ้นพร้อมทั้งสื่อสารได้ไกลและกว้างยิ่งขึ้น ช่วยลดความจำเจซ้ำซากของงานลงได้ทำให้ไม่เบื่องาน
9.การพัฒนาระบบสำนักงานอัตโมัติมีกี่วิธีอะไรบ้างการพัฒนาระบบสำนักงานอัตโนมัติมี 7 วิธีดังนี้1. การศึกษาวิเคราะห์ความต้องการ2. การออกแบบระบบ3. การสร้างและการติดตั้งระบบ4. การทดสอบระบบงาน5. การเตรียมตัวใช้งานระบบ6. การเปลี่ยนระบบ7. การประเมินและปรับปรุงระบบ
10.ในการเรียนการสอนมีปัญหาอะไรบ้างจะมีวิธีแก้ปัญหาอย่างไรบางครั้งอาจารย์สอนเร็วเกินไปคนที่รู้เรื่องแล้วก็อาจเข้าใจ แต่สำหรับบางคนทึ่ยังไม่รู้จักเรื่องบางครั้งก็ตามไม่ทันครับแต่โดยรวมแล้วก็เข้าใจครับ11.สรุปวิวัฒนาการของสำนักงานอัตโนมัติปี ค.ส. 1960 ใช้เครื่องพิมพ์ดีด (Typing) โทรศัพท์ (Telephone) เครื่องถ่ายเอกสารและเครื่องจักร (Electronic Machine)ปี ค.ส. 1964 ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ Mainframe, Mini และ Micro Computer ใช้โปรแกรมWord Processingจัดเก็บข้อมูลในเทปแม่เหล็ก ? จานแม่เหล็กปัจจุบัน ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ PC Computer ใช้ระบบ Electronic Mail ใช้เครือข่าย Lacal Area Network (LAN) หรือ Wide Area Network (WAN) สำนักงานอัตโนมัติ เป็นกระบวนการปรับปรุงเปลี่ยนแปลง การทำงานในสำนักงานที่มีอยู่เดิมให้มี ประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยมีการนำเอาอุปกรณ์อิเล็คทรอนิคส์ และคอมพิวเตอร์ มาเป็นเครื่อง ทุ่นแรง ของการปฏิบัติงานภายในสำนักงาน ซึ่งเป็นการทำงานในยุคแห่งข่าวสารข้อมูล (Information Age) ที่มี การติดต่อ สื่อสารข้อมูลหลายรูปแบบ ทั้งตัวเลข ตัวอักษร รูปภาพ ผังงาน กราฟ และเสียง
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)