วันอังคารที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

วันเข้าพรรษา

ต ร ง กั บ วั น แ ร ม ๑ ค่ำ เ ดื อ น ๘
"เข้าพรรษา" แปลว่า "พักฝน" หมายถึง พระภิกษุสงฆ์ต้องอยู่ประจำ ณ วัดใดวัดหนึ่งระหว่างฤดูฝน โดยเหตุที่พระภิกษุในสมัยพุทธกาล มีหน้าที่จะต้องจาริกโปรดสัตว์ และเผยแผ่พระธรรมคำสั่งสอนแก่ประชาชนไปในที่ต่าง ๆ ไม่จำเป็นต้องมีที่อยู่ประจำ แม้ในฤดูฝน ชาวบ้านจึงตำหนิว่าไปเหยียบข้าวกล้าและพืชอื่นๆ จนเสียหาย พระพุทธเจ้าจึงทรงวางระเบียบการจำพรรษาให้พระภิกษุอยู่ประจำที่ตลอด 3 เดือน ในฤดูฝน คือ เริ่มตั้งแต่วันแรม 1 ค่ำ เดือน 8 ของทุกปี ถ้าปีใดมีเดือน 8 สองครั้ง ก็เลื่อนมาเป็นวันแรม 1 ค่ำ เดือนแปดหลัง และออกพรรษาในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 เว้นแต่มีกิจธุระเจ้าเป็นซึ่งเมื่อเดินทางไปแล้วไม่สามารถจะกลับได้ในเดียวนั้น ก็ทรงอนุญาตให้ไปแรมคืนได้ คราวหนึ่งไม่เกิน 7 คืนเรียกว่า สัตตาหะ หากเกินกำหนดนี้ถือว่าไม่ได้รับประโยชน์ แห่งการจำพรรษา จัดว่าพรรษาขาด ระหว่างเดินทางก่อนหยุดเข้าพรรษา หากพระภิกษุสงฆ์เข้ามาทันในหมู่บ้านหรือในเมืองก็พอจะหาที่พักพิงได้ตามสมควร แต่ถ้ามาไม่ทันก็ต้องพึ่งโคนไม้ใหญ่เป็นที่พักแรม ชาวบ้านเห็นพระได้รับความลำบากเช่นนี้ จึงช่วยกันปลูกเพิง เพื่อให้ท่านได้อาศัยพักฝน รวมกันหลาย ๆองค์ ที่พักดังกล่าวนี้เรียกว่า "วิหาร" แปลว่าที่อยู่สงฆ์ เมื่อหมดแล้ว พระสงฆ์ท่านออกจาริกตามกิจของท่านครั้งถึงหน้าฝนใหม่ท่านก็กลับมาพักอีกเพราะสะดวกดี แต่บางท่านอยู่ประจำเลย บางทีเศรษฐีมีจิตศัรทธาเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา ก็เลือกหาสถานที่สงบเงียบไม่ห่างไกลจากชุมชนนัก สร้างที่พัก เรียกว่า "อาราม" ให้เป็นที่อยู่ของสงฆ์ดังเช่นปัจจุบันนี้
โดยปรกติเครื่องใช้สอยของพระตามพุทธานุญาตให้มีประจำตัวนั้น มีเพียงอัฏฐบริขารอันได้แก่ สบง จีวร สังฆาฏิ เข็ม บาตร รัดประคด หม้อกรองน้ำ และมีดโกน และกว่าพระท่านจะหาที่พักแรมได้ บางทีก็ถูกฝนต้นฤดูเปียกปอนมา ชาวบ้านที่ใจบุญจึงถวายผ้าอาบน้ำฝนสำหรับให้ท่านได้ผลัดเปลี่ยน และถวายของจำเป็นแก่กิจประจำวันของท่านเป็นพิเศษในเข้าพรรษานับเป็นเหตุให้มีประเพณีทำบุญเนื่องในวันนี้สืบมา

วันอาทิตย์ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

เลือก Bluetooth โทรในรถ ปลอดภัย ไม่โดนจับ

ตั้งแต่มีการประกาศห้ามใช้โทรศัพท์มือขณะขับรถ ก็ทำให้อุปกรณ์เสริมของมือถือขายดิบขายดี โดยเฉพาะ “Bluetooth” ซึ่งแน่นอนว่ามีคนเข้าปรึกษานายเกาเหลาพร้อมทั้งแนะนำแกมบังคับว่าให้เขียนทิปการเลือกซื้อ Bluetooth ลงในคอลัมน์เกาเหลาทิป
สำหรับการหลักพิจารณาการเลือกซื้อหูฟัง Bluetooth นั้นเท่าที่นายเกาเหลาลองคิดๆ ดูก็พอสรุปได้ดังนี้ โดยสิ่งแรกที่ควรดูก่อนคือ “รูปแบบของหูฟัง” เท่าที่มีจำหน่ายในท้องตลาดตอนนี้ก็มีอยู่หลายแบบ เช่น สอดหู คล้องคอ คาดหัว คลิปหนีบ ห้อยคอ ชอบสไตล์ไหนก็เลือกได้
“ระบบเสียง” ก็เป็นเรื่องที่สำคัญอีกส่วน โดย Bluetooth จะแบ่งระบบเสียงเป็นแบบโมโน หรือสเตอริโอ “ระยะห่างระหว่างหูฟัง กับมือถือ” อีกหนึ่งปัจจัยที่ไม่ควรมองข้าม เพราะส่วนนี้จำให้เราทราบว่าเราสามารถใช้งานได้ไกลมากน้อยขนาดไหน ปัจจุบัน Bluetooth จะแบ่งระยะการใช้งานออกเป็น Class 1 (ระยะประมาณ 100 เมตร) Class 2 (ระยะประมาณ 10 เมตร) Class 3 (ระยะประมาณ 1 เมตร) แต่ละ Class จะใช้ไฟที่แตกต่างกัน โดย Class 1 ใช้ไฟ 100 mW Class 2 ใช้ไฟ 2.5 mW และ Class 3 ใช้ไฟ 1 mW
นอกจากนี้ Bluetooth ยังมีการแบ่งเวอร์ชันเหมือนซอฟต์แวร์ โดยจะแสดงเป็นตัวเลขเวอร์ชัน เพื่อให้เราทราบว่า Bluetooth นี้เป็นรุ่นไหน ปัจจุบันก็แบ่งออกเป็น Bluetooth 1.2 (ความเร็ว 1 Mbit/s), Bluetooth 2.0, Bluetooth 2.0 +EDR (ความเร็ว 3 Mbit/s)
รูปแบบการใช้แบตเตอรี่หลักๆ จะมี 2 รูปแบบคือใช้ ถ่าน AAA และ ลิเทียมไอออน, ลิเทียมโพลิเมอร์ ส่วนฟีเจอร์อื่นๆ เพื่อนก็สามารถเลือกได้ไม่ว่าจะเป็นการฟังวิทยุ มีระบบตัดเสียงรบกวนรอบข้าง จอภาพแสดงเบอร์โทร อ่านมาถึงตรงนายเกาเหลาก็คิดว่าเพื่อนๆ คงพอได้แนวทางในการเลือกซื้อ Bluetooth ขั้นไม่น้อยหน้าเทพอย่างแน่นอนครับ